วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

      ล่องแก่งลำน้ำว้า


 ล่องแก่งลำน้ำว้า ที่บ้านน้ำปุ๊ ตำบลน้ำพางห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 59 กิโลเมตร น้ำว้าเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ น้ำใสไหลตลอดปีมีทัศนียภาพสวยงาม สองฝั่งเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ โขดหิน เกาะแก่งที่สวยงามและแก่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือแก่งหลวง มีหาดทรายขาวเหมาะสำหรับตั้งแคมป์มีบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ 

          เส้นทางล่องแก่งลำน้ำว้าเดิมเป็นเส้นทางล่องไม้สัก ที่ถูกลักลอบตัดจากผืนป่าในเขตอำเภอแม่จริมและอำเภอเวียงสา ตลอดลำน้ำว้าไหลผ่านหุบเขา สองฝั่งเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนผ่านแก่งต่าง ๆ กว่า 22 แก่ง ซึ่งมีระดับความยากง่ายอยู่ที่ระดับ 3-5 (ระดับ 3 เป็นระดับปานกลาง ระดับ 4 เป็นระดับยาก ระดับ 5 เป็นระดับยากมาก) แก่งที่ใหญ่ที่สุดและยากที่สุด คือ แก่งหลวง บางจุดของลำน้ำเป็นหาดทรายที่สามารถจอดแพเพื่อให้ลงเล่นน้ำ บางแห่งเป็นจุดปางช้างสำหรับขึ้นช้างต่อไปที่บ้านหาดไร่ ช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำขึ้นสูงสุดคือ เดือนสิงหาคม และช่วงที่ปริมาณน้ำน้อยที่สุดคือ เดือนเมษายน ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการล่องแก่งน้ำว้า คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม


 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา



   อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ป่าต้นน้ำ ป่าดึกดำบรรพ์ปลายทางหิมาลัย ขุนเขาใต้ทะเล อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ประมาณ 1,680 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ ท่าวังผา ปัว เชียงกลาง ทุ่งช้าง บ่อเกลือ สันติสุข และแม่จริม เทือกเขาดอยภูคาประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน สูงถึง 1,980 เมตร

          ดอยภูคา เป็นต้นแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว บริเวณนี้เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินสองผืนใต้ทะเลเข้าหากัน ทำให้แผ่นดินโก่งตัวขึ้น น้ำทะเลใต้ดินระเหยไปเหลือเพียงสินแร่เกลือ ดังที่พบในเขตอำเภอบ่อเกลือ และการค้นพบสุสานหอยทะเลอายุประมาณ 200 ล้านปี บนดอยภูแวที่บ้านค้างฮ่อ ตำบลสะกาด อำเภอปัว มีลักษณะเป็นหอยแครงสองฝา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า พาลีโอคาร์ดิต้า สปีชี่ (Paleocardita Species) อายุ 195-205 ล้านปี จัดว่าอยู่ในยุคไทรแอสซิก (Triassic) ตอนปลาย 


 น้ำตกต้นตอง 


 เป็นน้ำตกหินปูนมี 3 ชั้น อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา บนโตรกผามีพืชชุ่มน้ำ, น้ำตกศิลาเพชร น้ำตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ, น้ำตกภูฟ้า, น้ำตกตาดหลวง เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาพลวง, ล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นเส้นทางล่องแก่งระดับ 3-5 ประมาณ 20 กว่าแก่ง เป็นสุดยอดแห่งความตื่นเต้นสนุกสนาน, ยอดดอยภูแว เป็นยอดดอยที่มีวามสูงจากระดับน้ำทะเล 1,837 เมตร มีลักษณะโดดเด่นเป็นทุ่งหญ้าบนดอย อีกทั้งยังมีลานหินและหน้าผาสูงชันอีกด้วย, สุสานหอย อายุประมาณ 218 ล้านปี และเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมพูภูคา ซึ่งนับเป็นบ้านแห่งสุดท้ายของต้นชมพูภูคาพันธุ์ไม้หิมาลัย และเป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งในโลก จุดชมต้นชมพูภูคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดจะอยู่ริมถนนห่างจากที่ทำการไป 5 กิโลเมตร


วัดพระธาตุเบ็งสกัด


   วัดพระธาตุเบ็งสกัด ไปตามเส้นทาง 1256 ทางเข้าตรงข้าม โรงเรียนวรนคร เข้าไปประมาณ 200 เมตร และแยกซ้ายอีก 200 เมตร ตั้งอยู่บริเวณที่สันนิษฐานว่าพระยาภูคาได้สร้างเมืองปัวโบราณหรือเมือง วรนครเพื่อให้เจ้าขุนฟอง พระราชบุตรธรรมมาปกครอง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ว่าการอำเภอปัว

          องค์พระธาตุและพระวิหารสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1826 ภายในองค์พระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธา ของชุมชน วัดตั้งอยู่บนเนินสูงมองเห็นหมู่บ้านอยู่เบื้องล่าง โดยรอบเป็นป่าละเมาะ ด้านหลังเป็นเนินเขา นับเป็นการเลือกสรรชัยภูมิที่ส่งให้วัดดูโดดเด่นเป็นสง่า และจากบนเนินเขา หากมาช่วงฤดูฝนจะมองเห็นนาข้าวเขียวขจีอยู่ที่หมู่บ้านเบื้องล่าง

          ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวิหารเป็นทรงตะคุ่มแบบพื้นบ้านไทลื้อ หรือที่เรียกว่า “ทรงเตี้ยแจ้” พื้นเมือง มีซุ้มประตูเป็นศิลปะล้านช้างบูรณะในสมัยพระยาอนันตยศและโปรดให้นำพระแก้ว ซึ่งมีเกศาเป็นทองคำบรรจุในองค์พระธาตุ องค์พระประธานเป็นศิลปะแบบพื้นบ้านบนฐานชุกชี และด้านหลังองค์พระประธานติดกระจกเงาตามความเชื่อของชาวไทลื้อ บานประตูไม้จำหลักเป็นศิลปะพื้นเมืองน่าน


บ่อเกลือสินเธาว์


 พื้นที่บนยอดเขาสูงเสียดเมฆอย่างอำเภอบ่อเกลือ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นแหล่งเกลือที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ เมืองน่านเป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ส่งเป็นสินค้าออกในภาคเหนือ โดย บ่อเกลือสินเธาว์ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน 80 กิโลเมตร ชาวอำเภอบ่อเกลือนอกจากจะมีอาชีพทำนาทำไร่แล้วยังมีอาชีพทำเกลือสินเธาว์ อีกด้วย โดยมีแหล่งเกลือสินเธาว์อยู่บนภูเขา (บ่อเกลือจะปิดช่วงเข้าพรรษาเพราะเป็นช่วงฤดูฝน) 

          บ่อเกลือสำคัญในน่านมี 2 แห่ง คือบริเวณต้นน้ำว้า ซึ่งมีบ่อเกลือใหญ่ 2 บ่อ อีกแห่งคือบริเวณต้นน้ำน่าน มีบ่อใหญ่ 5 บ่อและมีบ่อเล็กบ่อน้อยอีกจำนวนมาก ปัจจุบันชาวบ้านยังคงต้มแกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม จะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพัก ก่อนจะนำน้ำเกลือมาต้มในกะทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง ใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้าน เกลือเมืองน่านไม่มีไอโอดีนเหมือนเกลือทะเลจึงต้องมีการเติมสารไอโอดีนก่อน ถึงมือผู้บริโภค 

          บ่อเกลือสินเธาว์ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน 80 กิโลเมตร ชาวอำเภอบ่อเกลือนอกจากจะมีอาชีพทำนาทำไร่แล้วยังมีอาชีพทำเกลือสินเธาว์ อีกด้วย โดยมีแหล่งเกลือสินเธาว์อยู่บนภูเขา (บ่อเกลือจะปิดช่วงเข้าพรรษาเพราะเป็นช่วงฤดูฝน)


วัดพระธาตุเขาน้อย
 

วัดพระธาตุเขาน้อย องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน อยู่ในเส้นทางเดียวกันกับวัดพญาวัด ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2ร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ.2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันจากวัดพระธาตุเขาน้อยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 


ดอยผาชู้ 


 เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีลักษณะเป็นโขดหินและหน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่เขียวขจีหลายแสนไร่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์และสายน้ำของแม่น้ำน่านทอดตัวไหลคดเคี้ยวสู่ทิศ ใต้ยาวหลายสิบกิโลเมตร ยามหน้าหนาวจะมีทะเลหมอกสีขาวตัดกับความเขียวขจีของป่าและแสงสีทองของดวง อาทิตย์ขึ้นยามเช้าอย่างสวยงามมาก และเป็นสถานที่เกิดตำนานรักสามเส้าที่ตัดสินความรักด้วยความตาย จุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ ยอดผาชู้ เป็นสถานที่ตั้งสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องร้องเพลงชาติ 12 จบ กว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา มีความยาวของสายธงชาติประมาณ 200 เมตร จากพื้นถึงยอดผาชู้ จุดชมวิว เป็นบริเวณกว้างอยู่ด้านหน้าของผาชู้ สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้า มองเห็นแม่น้ำน่านที่ไหลทอดตัวผ่านใจกลางอุทยานแห่งชาติ เป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร สวนหิน ที่เกิดจากธรรมชาติที่มีการจัดวางตัวอย่างสวยงาม 

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่


อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ไปทางทิศตะวันตก 300 เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา 
ดอยอินทนนท์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่าง ๆเหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย 




พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง ใช้เส้นทางเดียวกันกับพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักฯอยู่เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร พระตำหนักภูพิงค์ฯ เป็นพระตำหนักประทับในวโรกาสที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯเยือนประเทศไทย ซึ่งแต่เดิมจะประทับรับรองแต่ในพระนครหลวงเท่านั้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2504 ในครั้งแรกได้ก่อสร้างเฉพาะองค์พระตำหนักที่ประทับและเรือนรับรองเท่านั้น ส่วนอาคารอื่นๆได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมต่อมาในภายหลัง ภายในพระตำหนักฯ มีสถานที่น่าชม ดังนี้ เรือนปีกไม้ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เรือนรับรอง พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์น อ่างเก็บน้ำ พระตำหนักต่างๆ และหอพระ โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะผ่านสวนกุหลาบเป็นระยะ 
โดยปกติแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน แต่ทั้งนี้จะงดการเข้าชมพระตำหนักฯ ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐาน (ประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม)




อุทยานแห่งชาติออบหลวง

ออบหลวงเป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามและน่ากลัวไว้ในจุดเดีย
วกัน กล่าวคือ เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาดตรงออบหลวง ช่องเขานี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันและแคบมาก บีบทางน้ำไหล ดังนั้น แม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่น รอบๆ บริเวณชายน้ำด้านเหนืองดงามไปด้วยหมู่ไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นอยู่ตลอดเวลาชั่วนาตาปี นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาดสำหรับนักท่องเที่ยวยืนชมความงดงาม ของทัศนียภาพออบหลวง และภายในบริเวณอุทยานฯ มีการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เช่น หลุมฝังศพของมนุษย์โบราณ และภาพเขียนสีขาวที่บริเวณเพิงผาช้าง และยังมีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ล่องแก่งเรือยางหรือ ล่องคายัคในลำน้ำแจ่ม 



อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง มีฝนตกชุกในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส สถานที่ที่มีผู้นิยมมาท่องเที่ยว ได้แก่
จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง อยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว คอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ และในช่วงปลายฤดูหนาวดอกไม้กำลังบานสวยงามมาก หมอกที่เกิดที่นี่คือ หมอกที่เกิดขึ้นในหุบเขา (Radiation Fog) เนื่องจากเวลากลางคืนในหุบเขาอุณหภูมิจะลดต่ำลง ทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็นละอองน้ำ และปรากฏเป็นทะเลหมอกในเวลาเช้าหรือหลังฝนตก
ใกล้ ๆ กับที่ทำการจะมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติเอื้องเงิน มีระยะทาง 1,470 เมตร ความลาดชันปานกลาง ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชั่วโมง


สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ

ตามเส้นทางนี้มีอยู่หลายแห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ได้รวบรวมพันธุ์กล้วยไม้ที่แปลกและหาดูได้ยากไว้ด้วย อาทิ สายน้ำผึ้งพิพิธภัณฑ์กล้วยไม้ไทย ไปตามถนนสายแม่ริม - สะเมิง 2 กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก 1 กิโลเมตร เป็นสวนกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ มีฟาร์มผีเสื้อ แมวไทย และสัตว์อื่นๆ ให้ชมด้วย โทร. 0 5329 7152, 0 5329 8771-2 ตรงกันข้ามเป็น สวนกล้วยไม้เมาท์เท่น ออร์คิด โทร. 0 5329 7343 


วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

เป็นเมืองโบราณที่พญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829 โดยให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้านเพื่อไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ในคูเวียง โบราณสถานที่ปรากฎอยู่ในเวียงกุมกาม และใกล้เคียง จากการสำรวจพบว่ามีอยู่ 20 แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่ แต่ละแห่งอยู่กระจัดกระจายกัน มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22 
ปัจจุบันเวียงกุมกาม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณกิโลเมตรที่ 3-4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี และอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิงด้านทิศตะวันออก การเดินทาง เข้าทางตู้ยามหนองหอยและตรงมาจนทะลุแยกเกาะกลางป่ากล้วย ตรงต่อไปจนถึงตู้ยามเจดีย์เหลี่ยม 
ชาวบ้านจัดบริการรถราง และรถม้า เพื่อพานักท่องเที่ยวชมโบราณสถานเวียงกุมกามจำนวน 10 แห่ง ได้แก่ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดธาตุน้อย วัดช้างค้ำ วัดธาตุขาว วัดพญามังราย วัดพระเจ้าองค์ดำ กู่ป้าด้อม วัดปู่เปี้ย วัดหนานช้าง และวัดอีก้าง ใช้เวลานำชมประมาณ 45 นาที ค่าบริการรถม้า 250 บาท รถรางคนละ 15 บาทหรือเหมาคันประมาณ 400 บาท นอกจากนี้ยังรับจัดกิจกรรมเลี้ยงขันโตกและสาธิตภูมิปัญญาพื้นบ้านบริเวณเวียงกุมกาม 


สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม บริเวณชายเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 12 สายแม่ริม-สะเมิง สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2536 มีพื้นที่ประมาณ 6,500 ไร่ สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบและที่สูงสลับกันเป็นชั้นๆ ในระดับ 300-970 เมตร จัดทำเป็นสวนพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ลักษณะการจัดสวนของที่นี่จะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ รวบรวมพันธุ์ไม้ทั้งในและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ สามารถขับรถเที่ยวชมได้ 
จุดที่แวะชมได้ คือ 1. อาคารศูนย์สารนิเทศ เป็นสถานที่อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ 2.กลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ ขนาดต่างๆ 12 โรงเรือน รวบรวมพรรณไม้ประเภทต่างๆจากทั่วประเทศมาปลูกแสดงไว้ในโรงเรือน เช่น ไม้ป่าดงดิบ ไม้น้ำ กล้วยไม้ ไม้แล้ง บัว ไม้ดอกไม้ประดับ บอน ไม้ไทยหายาก ไม้สกุลสัมกุ้ง สมุนไพร 3.ศูนย์วิจัยพัฒนาสง่า สรรพศรี เป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการโดยมีนักพฤกษศาสตร์ประจำอยู่ตลอดเวลา 4. เรือนพรรณกล้วยไม้ไทย 5.โรงเรือนอนุบาลพรรณไม้ 6.อ่างเก็บน้ำแม่สาวารินทร์ 7.แปลงรวมพันธุ์ไม้ดอกขาว ซึ่งได้จัดปลูกไปแล้วกว่า 120 ชนิด
และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จัดไว้ 4 เส้น คือ 1.เส้นทางน้ำตกแม่สาน้อย-สวนหิน-เรือนรวมพันธุ์กล้วยไม้ไทย (Waterfall Trail) ระยะทาง 300 เมตร 2.เส้นทางสวนรุกชาติ (Arboretum Trail) ระยะทาง 600 เมตร 3. เส้นทางวลัยชาติ (Climber Trail) ระยะทาง 2 กม. 4. เส้นทางพันธุ์ไม้ประจำจังหวัด ระยะทาง 800 เมตร 
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30-16.00 น. ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถรวมทั้งคนขับ 50 บาท







วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงราย (คำเมือง: Lanna-Chiang Rai.png;พม่า: Burmese-Chiang Rai.png) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย เป็นที่ตั้งของเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคก่อตั้งอาณาจักรล้านนา อาทิ เมืองเชียงแสน เมืองเชียงราย เมืองเชียงของ เมืองเธริง หรือ เมืองเทิง เป็นต้น ปัจจุบันจังหวัดเชียงรายแบ่งการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ มีแม่น้ำกก แม่น้ำอิง และแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสายสำคัญ ทำเลที่ตั้งของจังหวัดเชียงรายอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือ ประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศพม่า หรือรู้จักกันในนามของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำที่เป็นแหล่งผลิตฝิ่นที่สำคัญของโลก ปัจจุบัน จังหวัดเชียงรายได้รับความสนใจในฐานะประตูสู่พม่า ลาว และจีนตอนใต้ผ่านทางหลวงเอเชียสาย 2 และทางหลวงเอเชียสาย 3

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง

    อุทยานแห่งชาติดอยหลวง (คำเมือง: LN-Utthayan Doi Luang.png) มีพื้นที่ทั้งหมด 731,250 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นต้นกำเนิดของ แม่น้ำวังและแม่น้ำลาวในจังหวัดเชียงราย สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรัง มีสถานที่ท่องเที่ยว เช่นน้ำตกปูแกง น้ำตกวังแก้ว ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดนอกจากนี้อุทยานแห่งชาติดอยหลวงยังมีเส้นทางเดิน เทาศึกษาธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวเมื่อ อยู่บนดอยหนอก (เป็นดอยที่สูงที่สุดของดอยหลวง)สามารถมองเห็นทะเลหมอกและทิวทัศน์ที่สวยงาม มีศูนย์บริการท่องเที่ยวให้ความรู้และเข้าใจแก่นักท่องเที่ยว มีร้านค้าไว้บริการ สถานที่กางเต็นท์และมีเต็นท์ให้เช่า
    อุทยานดอยหลวง ได้ถูกจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 61 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2533

ดอยหนอก

 
    อยู่ในเทือกเขาดอยหลวง มีลักษณะนูนขึ้นมาเป็นรูปรีคล้ายโหนกวัวเป็นภูเขาที่มีหน้าผาสูงชันสามารถ มองเห็นได้จากเบื้องล่างทางทิศตะวันออกของกว๊านพะเยาทิศเหนือถนนพหลโยธินไป จังหวัดเชียงรายการไปเที่ยวดอยหนอกเริ่มต้นจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ดอยหลวง ที่ 6 (น้ำตกจำปาทอง) ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 ชั่วโมงเพื่อไปชมโบราณสถานที่ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้สร้างไว้ ชมพันธุ์ไม้ กล้วยไม้ป่าที่หายาก นก ผีเสื้อ และแมลงต่างๆ ชมทิวทัศน์บริเวณกว๊านพะเยาและชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในสภาพอากาศที่หนาว เย็นปกคลุมด้วยม่านหมอกการเข้ามาท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทางด้วย

ถ้ำนางพญาปางดินไฟ


    ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เป็นถ้ำที่อยู่บริเวณทางน้ำตกวังแก้ว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นถ้ำไม่ลึกมากนัก ผนังถ้ำมีหินงอกและหินย้อยที่เกิดจากหินปูน บริเวณก่อนถึง ถ้ำพญาปางดินไฟนี้มีเนินเขาเตี้ยๆ

น้ำตกจำปาทอง

    น้ำตกจำปาทอง อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง มีทางรถยนต์เข้าถึงโดยสะดวกเป็นทางลูกรังบางตอน ฉะนั้นจึงได้รับการปรับปรุงเรื่องสถานที่ให้สวยงามอยู่ตลอดเวลา ปรับเข้ากับสภาพธรรมชาติได้ดีและยังมีบ้านรับรองซึ่งเป็นที่พักของนักท่อง เที่ยวที่จะเข้ามาพักได้ด้วย ทุกวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวอยู่เสมอ

น้ำตกปูแกง

    น้ำตกปูแกงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในอำเภอพาน ซึ่งตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เป็นน้ำตกที่มีการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอกหินย้อย และถ้ำมากมายในบริเวณน้ำตก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง มีจำนวน 9 ชั้น สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพานแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านปูแกง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยปกติจะมีราษฎรในท้องถิ่นเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนอยู่เป็นประจำ

    น้ำตกปูแกงเป็นอุทยานแห่งชาติดอยหลวง สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพานแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอแม่สรวย อำเภอพาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง และอำเภอแม่ใจ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ ๗๓๑,๒๕๐ ไร่

    ภาพภูมิประเทศของสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพานแห่งนี้เป็นเขาสูง มีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์มีความอุ้มน้ำสูง ทำให้ลำห้วยและน้ำตกในอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี

    สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพานแห่งนี้(อุทยานฯ) ยังมีสัตว์ป่า เช่น หมี กวาง เก้ง เลียงผา และนกหลายชนิด เช่น นกเงือก นกพญาไฟพันธุ์เหนือ นกปีกลายสก๊อต นกกางเขนหัวขาวท้ายแดง นกศิวะปีกสีฟ้า และนกย้ายถิ่นหายาก เช่น นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า นกกินปลีหางยาวคอสีดำ เป็นต้น นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพานแห่งนี้จะมีความสมบูรณ์ของป่าที่ให้ความร่ม รื่น ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ มี น้ำตกปูแกง สูง 9 ชั้น ในยามค่ำคืนจะได้ยินเสียงน้ำตกไหลกระทบหิน

น้ำตกแม่เหยี่ยน

     ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เป็นน้ำตกสูงชัน น้ำใสสะอาด ไหลตลอดทั้งปี น้ำตกไหลลงมาเป็นสายคล้ายงาช้าง ลดหลั่นกันมาเป็นชั้นๆ จำนวน 7 ชั้น มีความสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีไม้ยางเป็นไม้เด่น

น้ำตกวังแก้ว

    เป็นน้ำตกที่สวยงามมากของอุทยานแห่งชาติดอยหลวงเป็นน้ำตกที่เกิดจากการทับถม ของหินปูนที่ปนมากับน้ำ เช่นเดียวกับน้ำตกปูแกงแต่มีความสูงมากกว่า มีชั้นของน้ำตกถึงประมาณ 102 ชั้นน้ำตกนี้มีความสวยงามตลอดทั้งปี

 

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

10 แหล่งท่องเที่ยวฮิต ทุกฤดูกาลของภาคเหนือ


พอเริ่มเข้าหน้าหนาว เราก็มักจะคิดถึงการเดินทางไปภาคเหนือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาคเหนือของประเทศไทยนั้น มีหลากหลายแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกไป เลือกชม ไม่ต้องรอแย่งกันไปให้แออัดยัดเยียดเฉพาะตอนหน้าหนาวก็ได้ และนี่คือ 10 แหล่งท่องเที่ยว ยอดฮิตของภาคเหนือ ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนใจไปแอ่วเหนือกันทุกฤดูกาลเลยเชียว


ดอยตุง จังหวัดเชียงราย

          ไปเชียงรายไม่ได้เยือน ดอยตุง ก็เหมือนไปไม่ถึงเชียงราย บน ดอยตุง มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เที่ยวได้ทั้งปี อาทิ ตำหนักดอยตุง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในฤดูร้อนของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี สร้างโดยผสมผสานกันระหว่างศิลปะล้านนาและสถาปัตยกรรมชาเลต์ (Chalet) แบบสวิส นอกจากนี้ สวนแม่ฟ้าหลวง ซึ่งรวบรวมเอาพืชไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวหลากชนิดมาไว้บนพื้นที่ 25 ไร่ บริเวณพื้นราบใกล้พระตำหนักก็เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ปิดท้ายด้วย พระธาตุดอยตุง ที่ใครมาก็ต้องขึ้นไปสักการะขอพรที่ยอดดอย มาทั้งทีได้ประสบการณ์ครบทุกรสแบบนี้ ก็มีแต่ ดอยตุง เท่านั้น




ทิวดอกซากุระ ขุนแม่ยะ จังหวัดเชียงใหม่

          จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มาแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขุนแม่ยะ แทรกตัวเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมืองเชียงใหม่ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปชมความงามของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่แสนสวยงาม ดอยขุนแม่ยะ มีความสูงประมาณ 2,007 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจัดเป็นดอยที่สูงเป็นลำดับ 9 ของประเทศไทย ซึ่งทุกปีราว ๆ ช่วงปลายเดือนธันวาคม จนถึงต้นมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่ง จะเบ่งบานทั่วขุนเขา สลับกับทิวสนเป็นที่เรียกขานกันว่า "ดอยสีชมพ" สถานที่ที่ใครได้มาดูก็ต้องประทับใจเอาไปบอกต่อกันทุกรายไป

 



ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ปางอุ๋ง หรือชื่อเต็มว่า "โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)" นั้น เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น สร้างอ่างเก็บน้ำและพัฒนาความเป็นอยู่ ปัจจุบัน ปางอุ๋ง ซึ่งมีความหมายว่า "ที่พักริมอ่างเก็บน้ำ" ตาม ภาษาเหนือนั้น ถูกขนานนามว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย เพราะนอกจากจะมีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะยามที่พระอาทิตย์ฉายแสงขึ้นสะท้อนผิวน้ำและทิวสนในม่านหมอกแล้ว ปางอุ๋ง ยังมี สวนปางอุ๋ง ที่เพาะเลี้ยงพืชพันธุ์และไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวเอาไว้ อาทิ กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด ฯลฯ ให้ดูกันอย่างละลานตาอีกด้วย



ผาชูธง และลานหินปุ่ม จังหวัดพิษณุโลก

          หลายคนรู้จักอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในฐานะดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ ด้านการสู้รบทางการเมือง แต่เรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันเลยสำหรับอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ คือการรวบรวมไว้ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย นอกจากพันธุ์ไม้และน้ำตกหลาย ๆ แห่งแล้ว ที่นี่ยังมี ลานหินปุ่ม ซึ่งมีลักษณะเป็นลานหินผุดขึ้นเป็นปุ่มไล่เลี่ยกันริมหน้าผา ลมพัดเย็นสบายเหมาะแก่การนั่งพักผ่อน และ ผาชูธง ซึ่งอยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร สามารถมองลงไปเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงาม รวมถึงพระอาทิตย์ยามตกดินที่สวยไม่แพ้ที่อื่นอีกด้วย



บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์

          บึงบอระเพ็ด ถือเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่
สาม อำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากมีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด รวมถึงสัตว์พันธุ์หายาก อาทิ นกเจ้าฟ้าสิรินธร และปลาเสือตอ ทั้งยังมีพันธุ์พืชอีกกว่า 44 ชนิด ทำให้บึงบอระเพ็ดได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติโดยรัฐบาลใน ปี 2543 และจัดเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของจังหวัดนคสวรรค์ที่มีทิวทัศน์งดงามเป็นที่ กล่าวขาน



ดอกชมพูภูคา อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

          ใครสนใจเรื่องพืชพันธุ์หายาก ต้องไม่พลาดอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน เพราะอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 94 แห่งนี้ นอกจากจะอุดมไปด้วยระบบนิเวศวิทยาที่สมบูรณ์น่ามาดูให้เห็นกับตาแล้ว ยังมี ชมพูภูคา พันธุ์ไม้ใกล้สูญพันธุ์ของโลกที่พบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ด้วยความสำคัญและสวยงามของพืชพันธุ์ชนิดนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชทานให้ ชมพูภูคา ซึ่งมีสีชมพูอมขาวงดงาม เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ อีกด้วย การมาสัมผัส ชมพูภูคา และพันธุ์ไม้หายากอื่น ๆ รวมถึง การพิชิตยอดดอยภูคาซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,980 เมตรจึงเป็นกิจกรรมที่นักเดินป่าทุกท่านพลาดไม่ได้




กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา
          แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของจังหวัดพะเยา คงหนีไม่พ้น กว๊านพะเยา นั่นเอง คำว่า "กว๊าน" นั้นหมายถึง "บึง" ตามภาษาพื้นเมือง กว๊านพะเยาจึงเป็นอีกทะเลสาบน้ำจืดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทยที่เกิดจากการ ไหลมารวมกันของห้วยต่าง ๆ ถึง 18 สาย ครอบคลุมอาณาเขตกว่า 12,831 ไร่ และมีพันธุ์ปลาน้ำจืดอาศัยอยู่กว่า 48 ชนิด นอกจากความสวยงามของวิวทิวทัศน์ รวมถึงร้านอาหารและสวนสาธารณะริมกว๊านพะเยา ที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังมีการค้นพบซากประวัติศาสตร์ของวัดโบราณชื่อ วัดติโลกอาราม บริเวณกลางกว๊านพะเยา อันนำมาซึ่งการประกอบพิธีเวียนเทียนกลางน้ำเพียงแห่งเดียวในโลกในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชาอีกด้วย


ทุ่งหญ้าและป่าสน จังหวัดเพชรบูรณ์
          อยากได้บรรยากาศแบบซาฟารี ไม่ต้องไปไกลถึงแอฟริกา เพราะแค่ที่ เพชรบูรณ์ ก็สามารถดื่มด่ำบรรยากาศที่ว่าได้แล้ว อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 3 ของประเทศไทย ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 789,000 ไร่ และมีความหลากหลายของธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก โดยเฉพาะทุ่งหญ้าสะวันนาสีทองอร่าม และป่าสนธรรมชาติ จัดว่าเป็นไฮไลต์ของบรรดานักเดินป่าที่ต้องเดินทางมาดูให้ถึงถิ่น นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ยังมีอากาศเย็นตลอดปี เหมาะแก่การกางเต๊นท์พักแรม และปั่นจักรยานเสือภูเขาอีกด้วย



 
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
          อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเคยรุ่งเรืองช่วงราว ๆ ปีพุทธศตวรรษที่ 18-19 ปัจจุบัน อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ โดยกรมศิลปากร ทั้งยังได้รับทั้งความช่วยเหลือและการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกจากองค์การ ยูเนสโกด้วย ภายในพื้นที่ประมาณ 70 ตารางกิโลเมตรของตัวอุทยาน ซึ่งบรรจุร่องรอยพระราชวัง และวัดอีก 26 แห่ง มีผู้สนใจเยี่ยมชมต่อปีนับแสนคน โดยจะเดินเท้าหรือขี่จักรยานชมความงามและประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของไทยแห่ง นี้ก็ได้

 


น้ำตกทีลอซู อุ้มผาง จังหวัดตาก


          น้ำตกทีลอซู หรือ "น้ำตกดำ" ตามความหมายในภาษาของชาวกะเหรี่ยงซึ่งเป็นผู้ค้นพบ จัดเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดและกว้างที่สุดในประเทศไทย ด้วยความสูงประมาณ 300 เมตร และความกว้างประมาณ 500 เมตร นอกจากนี้ ยังรอบล้อมด้วยป่าไม้เขียวขจีและเส้นทางศึกษาธรรมชาตินานาพรรณ ว่ากันว่า น้ำตกทีลอซู จะงดงามที่สุดในฤดูฝน หรือระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงพฤศจิกายน ที่ปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มมากเป็นพิเศษ ทำให้สายน้ำตกดูกว้างและชัดเจนกว่าฤดูอื่น